[boardgame] รีวิว Pandemic (ตอนที่ 1): Open Box

posted on 25 Sep 2013 17:41 by monkeymatrices in MonkeyxWorld directory Lifestyle
เนื่องจากวันคล้ายวันเกิดผมที่ผ่านมา ผมได้ซื้อเกม Pandemic เป็นของขวัญให้ตัวเอง
เป็นเกมที่ไม่ใช่ของใหม่อะไรนัก  และมีคนรีวิวเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพียงแต่ว่า ผมจะตั้งชมรมบอร์ดเกม จึงขอทำรีวิวของตัวเอง เพื่อให้คนในกลุ่มได้ร่วมศึกษา และเพื่อให้ผมสามารถซ่อมแซมเนื้อหาได้หากมีกรณีภาพเสีย linkขาด อะไรทำนองนี้ด้วย

***
เนื่องจาก rule ใช้ภาพค่อนข้่างมาก ดังนั้นเพื่อไม่ให้หนัก entry จึงขอแยกรีวิวเป็นสองส่วน
ในส่วนแรกนี้จะเป็นการ open box และ overview 
ส่วน rule จะยกไปไว้ใน entry ต่อไป
*** 


OverView

Pandemic เป็นเกมประเภทวางแผน แบบ co-op ผู้เล่นแพ้ชนะร่วมกัน 
โดยมีเนื้อเรื่องเริ่มจาก เกิดการระบาดของเชื้อโรค 4 สายพันธุ์ขึ้นตามหัวเมืองใหญ่ พร้อมๆ กันทั่วโลก 
ผู้เล่นจะรับบทเป็นผู้เชี่ยวชาญทางระบาดวิทยา(?) เพื่อรวมหัวกัน ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อในจุดเสี่ยง
ในขณะเดียวกันก็ต้องพยายามหาวิธีรักษาโรคระบาดนี้ด้วย ก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้ ...
ความอยู่รอดของมวลมนุษยชาติ อยู่ในมือคุณแล้ว


หน้ากล่องที่เห็นนี้เป็น 2nd edition ของปี 2013 ซึ่งมีการปรับเปลี่ยน component ต่างๆ ไปจาก 1st edition  โดยเฉพาะการ์ดที่ใช้เล่น ดังนั้นสำหรับใครที่จะซื้อมาเล่น แนะนำให้ซื้อของ 2nd edition นี้ เป็นต้นไปครับ เพราะจะได้เข้ากับชุด expansion ที่ออกตามหลังมาในปี 2013 ได้ (โดยไม่ต้องซื้อ replacements มาเปลี่ยน) ... สำหรับราคาตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 30USD ก็ตกพันต้นๆ ครับ
 
เมื่อเปิดกล่องออกมาดู

ก่อนจะกู้โลก ... เปิดกล่องดูกันนะฮะ 
 
 
ในกล่องประกอบไปด้วย 
  1. คู่มือการเล่น (มี 8หน้า ขนาดประมาณ A4)
  2. กระดานสำหรับใช้เล่น
  3. การ์ด 118 ใบ แบ่งเป็น
    + 7   x Role cards
    + 48 x City cards
    + 6   x Epidemic cards 
    + 5   x Event cards 
    + 4   x Reference cards
    + 48 x Infection cards 
  4. 7   x Pawn (token แทนตัวคน มี7สี)
  5. 96 x Disease cubes (token รูปลูกบาศก์ แทนเชื้อโรค มี 4 สี สีละ 24 อัน)
  6. 6   x Research stations (token รูปบ้าน ... ผมได้มาเจ็ดอัน แต่ในเกมต้องใช้แค่ 6 อันเท่านั้นครับ)
  7. 4   x Cure Markers (เป็นรูปขวดยา มี 4สี เท่าเชื้อโรค)
  8. 1   x Infection rate marker
  9. 1   x Outbreaks marker
  10. โบรชัวร์แนะนำ(โฆษณา) เกมอื่นๆ ในค่าย z-man games
  11. ซองกันชื้น (สำคัญไหมเนี่ย)



 
บอร์ดเป็นกระดาษ มีลักษณะเป็น collapsible แบบกางได้ พับเก็บได้ (ไม่ได้ตัดออกจากกันเป็นแผ่นๆ)  
เห็นทีแรกแล้ว ... รู้สึกว่าสีสวยกว่าในรูปที่เคยดูตัวอย่างมา
 
 
เนื่องจากเรากำลังจะแก้วิกฤติในระดับโลก บอร์ดจึงเป็นแผนที่โลกมาให้เลย
โดยจะเน้นที่เมืองหลวงของประเทศที่เราคุ้นชื่อกัน เป็นหลัก 
 

token จำนวนหนึ่งจะทำจากไม้ ชิ้นงานมีความเรียบร้อย สวยงามดี (ยกเว้น Pawn บางตัว สีเพี้ยนไปบ้าง - อาจเพราะความแตกต่างจากสีจริง กับสีของงานพิมพ์)  ส่วนพวก desease cubes จะเป็นพลาสติกสี+ใส

อันนี้ผมเอาตลับใส่ตาไก่มาเก็บ desease cubes เพราะอยากให้คล้าย petri (จานเพาะเชื้อ) ...

แต่ต้องเรียกว่า แค่ใช้แก้ขัดไปก่อน เพราะ ถ้าซื้อชุดเสริม Pandemic : On the brink (2013) นอกจากในชุดจะแถม petri มาให้(สำหรับใส่ทุกโรค) แล้ว ก็มี tray สำหรับเก็บ components มาให้ด้วย เรียกว่ายก components จากกล่องนี้ ไปใส่กล่อง On the brink ได้เลย

 อีกอย่างหนึ่งคือการ์ดที่ใช้เล่น สำหรับ 2013 edition ผิวการ์ดจะเป็น linen-finish เรียกว่ามีผิวไม่เรียบ มีลักษณะนูนเป็นตาข่ายคล้ายกับผ้าทอ 

ซึ่งขนาดเท่ากับการ์ดเมจิก ... เอาซอง sleeve ใส มาใส่กันได้เลย 

===========

สำหรับการเล่นคร่าวๆ ก็คือ ผู้เล่นจะรับบทบาท(Role) เป็นผู้เชี่ยวชาญในแต่ละแขนง ที่มีความสามารถพิเศษแตกต่างกัน ซึ่งจะสามารถทำนู่นนี่นั่น พูดสั้นๆ ก็คือ แหกกฎบางอย่างในเกมได้ 

 โดยจะต้องสะสมการ์ดในมือ ให้ได้สีเหมือนกัน(โดยปกติ) 5 ใบแล้ว discard ในเมืองที่มี Research station ตั้งอยู่ เพื่อทำการ Cure โรคระบาดตามสีนั้น ...

ถ้าสามารถ Cure ได้ครบทั้ง 4 สี ก็จะถือว่าชนะเกม 

 ระหว่างนั้นผู้เล่นสามารถโยกย้ายไปตามเมืองต่างๆ , กำจัดเชื้อโรค(treat desease) ที่กำลังระบาดในเมือง,สร้าง Research station, แลกเปลี่ยนการ์ด+ปรึกษา+วางแผน ร่วมกับผู้เล่นคนอื่น

ซึ่งโรคก็จะระบาดไปเรื่อยๆ ตามเมืองต่างๆ ทั้งนี้ถ้าเจอแจ๊คพ็อต ก็อาจเกิดการระบาดอย่างฉับพลัน เพิ่มอัตราการแพร่ระบาดสูงขึ้น และเกิดการลุกลามของโรคไปยังเมืองอื่นๆ ด้วย ... กรณีที่เชื้อโรคเกิดการแพร่ระบาดมากเกินกว่าคำว่าวิกฤติ และเราหาทาง Cure ไม่ครบ treat ไม่ทัน ก็ถือว่าแพ้กันยกทีม

===========

ให้คะแนนด้วยความเห็นส่วนตัวล้วนๆ

ว่าด้วยเรื่อง components

  1. คอมโพเนนท์ต่างๆ ทำออกมาได้ดี เรียบร้อย มีความสวยงาม และเหมาะกับตัวเกม (ประเภท token ไม้ ที่ลงสีบรึ๋ยๆ และมีเสี้ยน , การ์ดตัดขอบไม่เสมอ ไม่มีในกล่องนี้) , การ์ดขนาดมาตรฐานหา sleeve ใส่ง่าย ... แต่ว่า ...
  2. ในกล่องไม่มีที่เก็บคอมโพเนนท์ที่ดีนัก ... การ์ดที่ใส่ sleeve แล้ว จะหนาขึ้น และเลยจากขอบกั้นที่มีในกล่อง, พวก token ก็มีหลายประเภท แต่ในกล่องไม่มีที่กั้นให้เป็นสัดส่วน ถ้าไม่ใส่ถุงเดิม ก็ต้องซื้อกล่องเล็กมาใส่ ... แต่ว่า ... 
  3. ถ้าซื้อชุดเสริม On the Brink ปัญหาในข้อสองก็จะหมดไป ... (ต้องเสียเงินอีกสิ)
  4. ตัวกระดานมีการแบ่งพื้นที่การเล่นได้ดีระดับหนึ่ง ถึงจะเป็นแผนที่โลก แต่เนื่องจากมีไกด์ให้ในตัวการ์ด(มีชื่อเมือง และชื่อประเทศ) รวมถึงเป็นเมืองที่คุ้นชื่อกันดี ทำให้หาเมืองที่จะเล่นได้ไม่ยาก แต่บางช่วงก็มีพื้นที่น้อยไป ทำให้วาง token จำนวนมากๆ ได้ลำบาก บางที token ต้องวางทับชื่อเมืองก็ทำให้เล่นลำบากขึ้นเหมือนกัน
  5. การ set-up มีขั้นตอนพอสมควร ซึ่งแม้ในคู่มือการเล่นจะบอกวิธีไว้ครบถ้วน แต่อยู่ใน format ที่ไม่ดี คือใน step หนึ่งๆ เขียนเป็น text ตลอดให้เราทำสอง-สาม-สี่อย่าง ทำให้อาจพลาดไปบางอย่างจนต้องกลับมาทำใหม่

ว่าด้วยเรื่องการเล่น

  1. ถูกใจกับ co-op : เราไม่ต้องเื้ชือดเฉือนเกทับบลัฟทรยศแทงข้างหลังวางกับดักใครให้เสียน้ำใจกันอีกแล้ว ... (เป็นการร่วมงานเป็นทีม ... ฝึกให้เรารู้จัก ... Put the right man on the right job ,ไว้ใจเพื่อนร่วมทีม, ทุ่มเถียงกันเพื่อหาทางออก และด่ากันว่าไอ่ง่าว)
  2. ตัวเกมใช้ดวงน้อย ถึงจะเดินเกมด้วยการจั่วการ์ด แต่เพราะระบบที่ทำให้เราแลกการ์ดกับคนอื่นได้ หรือการเอาเมืองที่เคยแพร่เชื้อไปแล้ว กลับมาแพร่เชื้อซ้ำ เอื้อให้เราสามารถคาดการณ์ และวางแผนการจัดการได้ ... สำหรับบางช่วงบางตอนที่เกิดเหตุไม่คาดคิด ดวงดี/ดวงซวย มันก็ต้องมีบ้าง ... ผมว่าก็เหมือนในชีวิตจริงดี
  3. มีระดับความยากง่ายให้เลือกเล่น มีบทบาทให้เล่นหลากหลาย บวกกับ การแพร่เชื้อในตอนแรกๆ เป็นการสุ่มจากการจั่วการ์ด ส่งผลให้การเล่นแต่ละครั้งจะเจอวิกฤติไม่เหมือนกัน ทำให้เล่นซ้ำได้หลายครั้ง

สรุปว่า...

ดีเพราะ..
.

เป็น co-op,เล่นได้สนุก, ระบบการเล่นดี ที่ทำให้เราต้องคิดวางแผนทุกตาเดิน ไม่พึ่งพาดวงมาก

 เกมมีความสมดุล เล่นแล้วไม่ย่ามใจว่าชนะแน่ แต่ก็ไม่สิ้นหวังโดยสิ้นเชิง
คือมีลุ้นแบบเห็นแสงหิงห้อยที่ปลายอุโมงค์

ระยะเวลาในการเล่นพอดีๆ (ประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง)

เล่นซ้ำได้หลายรอบ มีระดับยากง่ายให้เลือกเล่น มีบทบาทให้เล่นพอสมควร
เกมบอกให้เล่น 2 - 4 คน แต่ถ้าไม่มีเพื่อนเล่น จะเล่นคนเดียวก็ยังได้ (ระวังงงอย่างเดียว)

components ต่างๆ ทำออกมาได้เรียบร้อย สวยงาม เหมาะกับการเล่น คุ้มราคา 

 

ไม่ดีเพราะ...

ถึงแต่ละรอบ เราจะเจอวิกฤติแตกต่างกัน แต่ลักษณะการแก้ปัญหายังจะเป็นไปในทางเดียวกัน ดังนั้นเล่นซ้ำกันบ่อยๆ เข้า ก็จะถึงจุดที่เกมไม่เกิดความท้าทายอีกต่อไป

กระดานที่ทำออกมาเป็นรูปแผนที่ มีข้อจำกัดในตัวของมัน บางเมืองหลวงอยู่ชิดกันค่อนข้างมาก ทำให้บางครั้งเล่นได้ลำบาก  เมื่อต้องวาง token หลายอัน

ช่องเก็บ components ทำมาได้ไม่พอดี เก็บการ์ดที่ใส่ sleeve แล้วได้ยาก ไม่มีช่องแบ่ง token ทำให้ถ้าไม่อยากใส่ถุงเดิม ต้องหากล่องมาใส่เอง ถ้าอยากได้ถาดเก็บแบบเหมาะพอดี ต้องซื้อชุดเสริม

ที่ว่ามาทำให้ซื้อครั้งเดียวไม่จบ โดนยั่วกิเลส ให้ชื้อชุดเสริมอยู่ทุกครั้งที่นำออกมาเล่น ซึ่งราคาชุดเสริมก็มีราคาสูงพอๆ กับชุดหลักด้วย

 

และแล้ว...

ผมก็ได้ซื้อมาแล้ว แต่คำพูดที่ว่าสนุกคุ้มค่า ไม่ได้พูดปลอบใจตัวเอง ... เพราะเคยซื้อเกมที่แพงกว่านี้ แล้วรู้สึกผิดหวังกับมันมากๆ ก็มี  

ถ้าคิดถึงข้อเสียที่ว่ามา มันเป็นธรรมดาของบอร์ดเกมที่จะต้องพบเจอ ก็ถือว่ารับได้

จึงสรุปว่า Pandemic นี้ อยู่ในเกณฑ์ถูกใจมาก, คุ้มค่าที่จะซื้อมาครอบครอง, ตั้งใจว่าจะเป็นเกมที่ผมจะแนะนำให้คนอื่นได้เล่นด้วย  นอกจากนี้ผมคิดว่าอาจจะซื้อชุดเสริมอีกสองชุด(ไม่เกินนี้) คือ ภาค On the Brink และ ภาค In the Lab ในอนาคตครับ

=====================

อ่านวิธีการเล่นได้ในตอนที่สอง ตาม link นี้ฮะ 

[boardgame] รีวิว Pandemic (ตอนที่ 2): How to Play


=====================

Comment

Comment:

Tweet

เพื่อการรับชมที่เป็นปกติ
- กด F5 ทุกครั้งที่เข้าดู
- ดูด้วย FireFox
- ดูด้วย Google Chrome